Categories
นักฟุตบอล

ขึ้นท็อปทรี! สิงห์เจ้าท่าทุบตราด 2-1 จี้ฝูง 3 แต้ม

ศึกโตโยต้า ไทยลีก นัดกลางสัปดาห์วันพุธที่ 31 กรกฎาคม ตราด เอฟซี เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือน  ufa1688  การท่าเรือ เอฟซี

ช้าวขาวจ้าวเกาะ ฟอร์มช่วงหลังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ปัจจุบันบุกพ่าย สุพรรณบุรี เอฟซี 1-0 แต่ยังดีที่ไร้ปัญหาจัดทัพ คาดว่าแกนหลักอย่าง ดิยุฟ บีรัม , การ์ฟา ดูโรซินมี และ ลอนซานา ดุมบูยา จะถูกส่งลงสนามครบครัน

สิงห์เจ้าท่า ปัจจุบันเปิดบ้านชนะ สุโขทัย เอฟซี 1-0 ปลดล็อคคว้าชัยในลีกรอบ 7 เกมได้สำเร็จ ทั้งยังได้ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ พ้นโทษแบนกลับมา แต่มีชื่อเป็นสำรอง ส่วนตัวจริงนำโดย โก ซุล กิ , เซร์คิโอ ซัวเรส และ บดินทร์ ผาลา  เริ่มเกมไป 3 นาที โอกาสแรกเป็นของเจ้าบ้านจากลูกฟรีคิกของยูกิ บัมบะ เปิดเผ่านาในกรอบจุดโทษ และเป็นนุกูลกิจ ครุฑใหญ่ โขกหวังให้บอลเปลี่ยนทิศแต่ไม่ตรงกรอบ ออกหลังไป

นาที 20 ท่าเรือเปิดเกมรุกทางริมเส้นขวา นิติพงษ์ พาบอลขึ้นมาก่อนเปิดเผ่านาในกรอบจุดโทษ โจซิมาร์โหม่งเช็ดเข้าทางเซร์คิโอ ซัวเรส ดึงบอลหนึ่งจังหวะก่อนซัดเข้าไปเป็นประตูขึ้นนำ 1-0

หลังจากนั้นท่าเรือต้องเปลี่ยนตัวเร็วเอาเซร์คิโอ ซัวเรสออกเนื่องด้วยมีแผลจังหวะไบฮักกี้ ไคซานศอกใส่คาง และส่งเขจนรบ สำเภาดี ลงมาเจอทีมเก่าแทน

ท้ายครึ่งแรกตราดพลาดโอกาสได้ประตูตีเสมอจังหวะบอลผ่านมาที่วงศกร เล็งจ่ายย้อนคืนไปให้ดุมบูญา ทว่าบอลดันเลยไปที่เกรียงไกรตั้งป้อมรอซัดแหวกเข้าไปเต็มแรงไปนิดเหินผ่านคานออกไปก่อนจะจบครึ่งแรก ท่าเรือเป็นฝ่าบุกขึ้นมานำก่อน 1-0

กลับมาในเกมช่วงหลังนาที 52 ท่าเรือเกือบได้ลูกที่สอง เจนรบพาบอลหาช่องก่อนซัดกะเบียดเสาแรก แต่ทศพรพุ่งไปเซฟไว้ทันแบบหวุดหวิด

นาที 66 บดินทร์พาบอลขึ้นมาก่อนโดนเจ้าถิ่นประกบคู่ทำให้ล้มลงไป ผู้ตัดสินไม่เป่าปล่อยให้เล่นต่อ บอลย้อนขึ้นมา ก่อนจะเป็นโก ซุล กี จ่ายทะลุมาให้บดินทร์ที่ลุกขึ้นมาเก็บบอลก่อนแปด้วยเท้าขวาเข้าไปให้ท่าเรือนำห่าง 2-0

หลังจากท่าเรือได้ประตูทิ้งห่างฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างหนัก ทำให้เล่นบอลได้ยากขึ้น ทว่านาที 75 แฟนบอลตราดก็ได้เฮบ้าง การ์ฟา ดูโรซินมี เปิดบอลเผ่านาติดแนวรับท่าเรือและเป็นดุมบูญาที่ยิงเข้าไปเป็นประตูไล่ตีตื้น 1-2

นาที 86 ท่าเรือได้ฟรีคิกหน้ากรอบจุดโทษ ก่อนเป็นปกรณ์รับหน้าที่ปั่นฟรีคิกทว่าไปลื่นเสียก่อน ทำให้บอลไม่โค้งชนเสากระดอนออกมา ก่อนจบเกม การท่าเรือ เอฟซี บุกมาเอาชนะ ตราด เอฟซี ไปได้ 2-1 และยังรักษาสถิติชนะรวดทุกครั้งที่ดวลกันต่อไป

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ตราด เอฟซี : ทศพร ศรีเรือง (GK), สุพจน์ วงศ์หอย (เฉลิมศักดิ์ แก้วสุขแท้ น.80), นุกูลกิจ ครุฑใหญ่, ไบฮัคกี้ ไคซาน, สถาพร แดงสี, วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ (พิชิตย์ ใจบุญ น.78), เกรียงไกร พิมพ์รัตน์(พิทักษ์ชัย ลิ้มรักษา น.67), ยูกิ บัมบะ, ดิยุฟ บิรัม, การ์ฟา ดูโรซินมี, ลอนซานา ดุมบูญา

การท่าเรือ เอฟซี : วรวุฒิ ศรีสุภา (GK), นิติพงษ์ เสลานนท์, เอเลียส ดอเลาะ, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, มาร์ติน สตูเบิล, โก ซุล กิ, ศิวกร จักขุประสาท, บดินทร์ ผาลา(ปกรณ์ เปรมภักดิ์ น.78), สุมัญญา ปุริสาย(โรลันโด้ แบล็คเบิร์น น.82), เซร์คิโอ ซัวเรส(เจนรบ สำเภาดี น.26), โจซิมาร์

น.71 พีทีที ระยอง ไล่มาเป็น 1-2 เดนนิส มูริลโล่ จ่ายมาให้กับ อาเรียล โรดริเกซ ตวัดวอลเล่ย์ตามน้ำ บอลพุ่งแทงหน้าต่างเข้าไปอย่างสวยงาม

น.81 สุโขทัย มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ วิคเตอร์ อิกโบเนโฟ ไปทำฟาล์ว ศิวรุต ผลหิรัญ ในจุดโทษ ก่อนจะเป็น จอห์น บาจโจ้ ที่ฆ่าเข้าไปไม่พลาดให้เจ้าถิ่นนำเป็น 3-1

จบเกม สุโขทัย เอฟซี เปิดบ้านชนะ พีทีที ระยอง 3-1 เก็บ 3 แต้มในบ้านได้สำเร็จ พร้อมกับขยับหนีจากชั้น 14 โซนตกชั้นมาอยู่ที่ 12 ของตารางส่ง พีที ประจวบ ไปอยู่โซนแดง

รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม
สุโขทัย เอฟซี : กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ , โจเอล ซามี , โจชัว โกรเมน , เอียน แรมซีย์ , จอห์น บาจโจ้(C) , ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด , จุง เมียง โอ , รังสรรค์ วิรุฬศรี , คัพฟ้า บุญมาตุ่น , ศักดรินทร์ มิ่งสมร

พีทีที ระยอง : พีระพงษ์ เรือนนินทร์ , วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ , อภิวัฒน์ เพ็งประโคน , อับดุลฮาฟิส บือราเฮง , จุง ฮุน , กรวิทย์ นามวิเศษ , ชินวัฒน์ วงศ์ไชย , อภิภู สุนทรพนาเวศ(C) , วิคเตอร์ อิกโบเนโฟ , ศราวุฒิ มาสุข , เดนนิส มูริลโล่

Categories
นักฟุตบอล

สู้ต่ออีกสองถ้วย!บันโดวิชเปิดใจหลังพ่ายแพ้ราชบุรี1-2

กุนซือปราสาทสายฟ้ารับมันจบไปแล้วสำหรับบอลถ้วยช้างเอฟเอคัพ ufa1688  และขอโฟกัสกับสองรายการที่เหลือ
โบซิดาร์ บันโดวิช หัวหน้าผู้ฝึกสอน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เผยว่าตอนนี้มันจบไปแล้วสำหรับบอลช้างเอฟเอคัพ ในปี 2019 หลังพ่ายราชบุรี มิตรผลฯ ในรอบรองชนะเลิศ และต้องโฟกัสกับรายการที่เหลือ

ก่อนหน้านี้ ปราสาทสายฟ้า พึ่งจะพ่าย เอสซีจี เมืองทองฯ 3-1 ในเกมลีกปัจจุบันยังไม่ฟื้นพ่ายราชบุรี มิตรผล 2-1 ตกรอบช้างเอฟเอคัพ ทำให้สภาพการณ์ตอนนี้เหลือลุ้นแชมป์โตโยต้า ไทยลีก และ โตโยต้า ลีกคัพ เท่านั้น

“เราพยายามต่อเกมและครอบครองเกม ครึ่งแรกเรามีจังหวะที่จะทำประตูได้ แต่เราก็มาเสียเยอะเหมือนกัน ต้องเคลื่อนที่ไปหาที่ว่างให้มากกว่านี้ แต่ในวันนี้เราคิดว่าเราให้ประตูแก่ราชบุรี”

“ช่วงหลังเราก็เปลี่ยน ศุภณัฏฐ์ เกมก็ดีขึ้น แล้วเราก็มาได้ประตูตีเสมอ แต่ก็มาเสียสมาธิ และก็มาเสียประตูที่สอง ราชบุรี มีโอกาสจบสองครั้ง และก็ได้ประตู”

“แต่มันก็จบไปแล้ว สำหรับบอลถ้วยช้างเอฟเอคัพ ต้องกลับไปมีสมาธิกับบอลโตโยต้าไทยลีก และโตโยต้าลีกคัพ ขอบคุณแฟนบอลที่ตามมาเชียร์”

“นักเตะก็ทำเต็มกำลังแล้ว เราพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ แต่เราก็ยังมีอีกสองรายการ แน่ๆเราไม่สุขสบายสำหรับผลการแข่งขันในคราวนี้ก็ขอให้ราชบุรีโชคดีในนัดชิงชนะเลิศ”

แข้งเทพ ยุค มาโน ยังคงเจอฝันร้าย มักตกรอบบอลถ้วยจากลูกจุดโทษเช่นเคย หลังปัจจุบันพ่าย สิงห์เจ้าท่า ร่วงรอบรองฯ ช้าง เอฟเอคัพ 2019
โกล เมืองไทย เปิดสถิติทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในยุคของ มาโน โพลกิ้ง ยังเจออาถรรพ์เกี่ยวกับลูกจุดโทษในบอลถ้วยเล่นงาน เมื่อปัจจุบันแพ้จุดโทษการท่าเรือ เอฟซี ด้วยสกอร์รวม 4-5 ตกรอบรองชนะเลิศช้าง เอฟ เอคัพ 2019 วันพุธที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา

เทรนเนอร์จอมแอ็คชั่น วัย 43 ปี เผ่านาคุมทัพแข้งเทพ ตั้งแต่ช่วงเลกสอง ฤดู 2014 แม้จะพาทีมทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆในโตโยต้า ไทยลีก และสร้างสถิติอย่างมากใหม่ให้ทีม

ทว่าในบอลถ้วย กลับตรงกันผ่าน เมื่อ ‘มาโน’ มักตกรอบ ด้วยเรื่อง ‘ลูกจุดโทษ’ อยู่บ่อยครั้ง เริ่มตั้งแต่ที่เปิดบ้านดวลจุดโทษแพ้ นครราชสีมา เอฟซี ด้วยสกอร์รวม 7-8 ในศึกช้าง เอฟเอ คัพ 2016 รอบ 64 ทีม

เปิดบ้านแพ้จุดโทษ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์รวม 7-8 ในศึกโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 8 ทีม ในปีเดียวกัน, จากนั้นเปิดบ้านแพ้จุดโทษ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ด้วยสกอร์รวม 5-6

ในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือก รอบ 2 ในปี 2017 ต่อด้วย บุกแพ้การดวลลูกจุดโทษ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์รวม 8-7 ในช้าง เอฟเอคัพ รอบ 64 ทีม เมื่อปี 2018 ต่อด้วย

เปิดบ้านแพ้ ฮานอย เอฟซี 0-1 ด้วย ‘ลูกจุดโทษ’ ท้ายเกมในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือก รอบ 2 และ ปัจจุบันดวลจุดโทษตัดสินพ่าย การท่าเรือ เอฟซี 4-5 หลังเสมอในเวลส 0-0 ตกรอบรองชนะเลิศ ช้าง เอฟเอคัพ 2019

นอกจากนี้ มาโน โพลกิ้ง ยังเสียสถิติคุม ทรู แบงค็อกฯ พ่าย การท่าเรือ เอฟซี นัดแรก หลังก่อนหน้านี้ พบกัน 10 นัด ชนะถึง 9 นัด และ เสมอ 1 นัด

สถิติจาก Goal
– เปิดบ้านแพ้ จุดโทษ นครราชสีมา เอฟซี ด้วยสกอร์รวม 7-8 (เสมอในเวลา 3-3) ในศึกช้าง เอฟเอคัพ รอบ 64 ทีม เมื่อปี 2016

– เปิดบ้านแพ้จุดโทษ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์รวม 7-8 (เสมอในเวลา 3-3) ในศึกโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 8 ทีม เมื่อปี 2016

– เปิดบ้านแพ้จุดโทษ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ด้วยสกอร์รวม 5-6 (เสมอในเวลา 1-1) ในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือก รอบ 2 ในปี 2017

– บุกแพ้ จุดโทษ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์รวม 8-7 (เสมอในเวลา 0-0) ในช้าง เอฟเอคัพ รอบ 64 ทีม เมื่อปี 2018

– เปิดบ้านแพ้ ฮานอย เอฟซี 0-1 จากจุดโทษท้ายเกม นาทีที่ 88 ในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือก รอบ 2

– แพ้จุดโทษ การท่าเรือ เอฟซี ด้วยสกอร์รวม 4-5 (เสมอในเวลา 0-0) ในช้าง เอฟเอคัพ 2019 รอบรองชนะเลิศ

การแข่งขันบอล ช้าง เอฟเอคัพ 2019 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีนบุรี เวลา 19.00 น.

ราชันมังกร ของ สมชาย ไม้วิลัย ปัจจุบันพาทีมเปิดบ้านชนะ ชลบุรี เอฟซี 2-0 คว้าชัยในลีกเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนบอลช้างเปิดบ้านชนะ ไทยฮอนด้าฯ 3-1 เกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน จักรพันธ์ พรใส ที่ติดคัพไท และ ฮาเวียร์ ปาติญโญ ที่ติดสัญญายืมตัว ส่วนรายอื่นพร้อมกับ ฟิลิป โรลเลอร์ , สตีเฟน ล็องจิล และ ลอสเซมี คาราบูเอ

ปราสาทสายฟ้า ของ โบซิดาร์ บันโดวิช ปัจจุบันพาทีมบุกพ่าย เอสซีจี เมืองทองฯ ในลีก 3-1 ส่วสบอลช้างรอบที่ผ่านมา บุกชนะจุดโทษ ตราด เอฟซี มาได้ด้วยสกอร์รวม 7-6 เกมนี้แกนหลักยังอยู่กันครบทั้ง สุภโชค สารชาติ , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

Categories
นักฟุตบอล

โอกาสดี!ส.บอลเผยนิชิโนะเห็นด้วยไทยอุ่นบราซิลที่สิงคโปร์

ประมุขบอลไทย บอกกุนซือช้างศึกเห็นด้วยหากไทยมีโอกาสอุ่นเครื่องกับทัพแซมบาในทัวร์นาเมนต์ที่สิงคโปร์

พล.ต.อ.ดร สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย  ufa1688  เปิดพูด อากิระ นิชิโนะ ขอใช้เวลาร่วมงานโค้ชไทยก่อนตัดสินใจแต่งตั้งผู้ช่วยในทีมชาติชุดใหญ่

และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พร้อมยืนยันทัพช้างศึกมีโอกาสบุกดวลทีมชาติบราซิลที่สิงคโปร์ หลังผู้จัดการทีมชาวญี่ปุ่นเห็นด้วยเนื่องจากเป็นโอกาสดีได้อุ่นเครื่องกับทีมระดับสูง

ทัพช้างศึก ภายใต้การคุมทัพของ อากิระ นิชิโนะ ได้ประกาศแต่งตั้งผู้ช่วยผู้ฝึกสอน 2 ราย ประกอบไปด้วย โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และ โค้ชจุ่น อนุรักษ์ ศรีเกิด ยังไงก็ตามยังไม่มีการวางตัวอย่างเป็นทางการสำหรับบทบาททั้งในทีมชุดใหญ่ และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เนื่องจากเฮดโค้ชชาวญี่ปุ่นต้องการใช้เวลาทำงานร่วมกันเพื่อประกอบการตัดสินใจ

“วันนี้ผมได้เชิญ นิชิโนะ ร่วมหารือกันว่าเราจะมีการเตรียมทีมยังไงมีความพร้อมมากน้อยขนาดไหน และเขามีความคิดเห็นยังไง” พล.ต.อ.ดร สมยศ เริ่มกล่าว “ทั้งนี้เพื่อสมาคมจะได้เตรียมทำงานในการเตรียมตัวของทีมชาติไทยที่จะมีการแข่งขันในเร็ววันนี้ให้เรียบร้อยที่สุด”

“รวมทั้งพูดถึงแมตช์อุ่นเครื่องในอนาคตว่าถ้าไม่เกิดขึ้นเราจะดำเนินการยังไงต่อไป รวมถึงพูดถึงการเตรียมทีมU23 ด้วยทั้งซีเกมส์ และชิงแชมป์เอเชียในต้นปีหน้าว่านิชิโนะมีแผนยังไง เรามีความเป็นห่วง เพราะต้องให้นิชิโนะตัดสินใจในหลายอย่างเพื่อสมาคมจะได้เตรียมการรองรับการทำงานให้เรียบร้อย”

“นิชิโนะได้พิจารณาโค้ชหลายๆคนที่เสนอตัวเข้ามาคุมทีมชาติไทย เขาขอทำงานร่วมกับโค้ชเหล่านี้สักช่วงเวลาหนึ่งแล้วจะกำหนดว่าใครจะอยู่ทีมเอใครจะอยู่ทีมบี เพราะแต่ละคนมีความชำนาญที่ต่างกัน ซึ่งเขาเองได้เห็นแล้ว แต่อยากใช้เวลาทำงานร่วมกันเพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้อง”

ขณะเดียวกันได้เปิดพูดความคืบหน้ากรณีมีข่าวทีมชาติไทย อาจมีโอกาสได้อุ่นเครื่องกับทีมชาติบราซิล ช่วงฟีฟ่าเดย์ วันที่ 11 ตุลาคม ที่ประเทศสิงคโปร์ว่า “ส่วนตัวนิชิโนะเขาพูดว่าถ้าเรามีโอกาสไปอุ่นเครื่องกับทีมระดับนี้ถึงจะไปที่สิงคโปร์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะฟีฟ่าเดย์ช่วงนั้นเราแข่งแมตช์เดียว ทำให้ไทยเป็นทีมเดียวในภูมิภาคนี้ที่ฟรี”

“ฉะนั้นถ้ามีทัวร์นาเมนต์ใหญ่มาก็เป็นโอกาสดีของทีมชาติไทย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเอเจนซีว่าจะดีลสัญญากับทีมเหล่านั้นได้หรือเปล่า มันก็ไม่ 100% แต่มันก็มีโอกาส ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับทีมชาติไทย แต่นิชิโนะพูดว่าถ้ามีโอกาสควรไป”

“ทัวร์นาเมนต์นี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับทางสิงคโปร์ว่าเขาจะสามารถจบดีลกับทีมที่เขาจะจัดหรือไม่ ซึ่งหลายสโมสรมีเงื่อนไข ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะจบได้ไหม แต่ถ้าจบได้ก็หมายความว่าทีมชาติไทยมีโอกาสที่จะไป” ประมุขบอลไทย ทิ้งท้าย

กุนซือ และแนวรุกตัวเก่ง กิเลนผยอง ควงคู่กวาดรางวัลเรียบทั้งโค้ช นักเตะ และประตูยอดเยี่ยม ไทยลีกประจำเดือนกรกฏาคม

อเล็กซานเดร กามา และ เฮแบร์ตี แฟร์นานเดส ควงคู่คว้าหัวหน้าผู้ฝึกสอน และนักเตะยอดเยี่ยม จากฝ่ายจัดการแข่งขัน โตโยต้า ไทยลีก 2019 ประจำเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา

เฮดโค้ชวัย 51 ปี พา กิเลนผยอง สร้างผลงานไร้พ่าย 5 เกมติดต่อกันในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา แบ่งเป็นชนะ 4 และเสมอ 1 นัด

ส่วน เฮแบร์ตี แฟร์นานเดส ลงสนามเป็นตัวจริงครบทั้ง 5 นัด และยิง 4 ประตู เป็นเหตุให้ทั้งคู่คว้ารางวัลดังกล่าวไปครอง

ขณะเดียวกัน เฮแบร์ตี แฟร์นานเดส ยังคว้าประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนกรกฏาคม พ่วงอีกหนึ่งรางวัลจากเกมที่เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
มิดฟิลด์ตัวเก่งสิงห์เจ้าท่า ต้องพักราว 3 อาทิตย์ หลังได้รับเดี้ยง ระหว่างเกมลุกชนะ ช้างศึกยุทธหัตถี

สุมัญญา ปุริสาย มิดฟิลด์คนสำคัญการท่าเรือ เอฟซี ต้องพักประมาณ 2-3 อาทิตย์ หลังเผชิญปัญหาอาการเดี้ยง ระหว่างเกมลุกชนะสุพรรณบุรี เอฟซี 3-1 บนศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 24 วันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา

มิดฟิลด์วัย 32 ปี ถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่ 20 นาทีแรก ปรากฎว่า หมอนรองบริเวณเข่าฉีกเล็กน้อย ต้องพักประมาณ 2-3 อาทิตย์

ซึ่งนับเป็นสาเหตุให้”ตั๊ก”ไม่มีชื่อเป็น 1 ใน 33 ขุนพล ทีมชาติไทย ที่เตรียมลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ที่จะพบกับเวียดนาม และอินโดนีเซีย

สำหรับ สุมัญญา ปุริสาย กำลังอยู่ในฟอร์มยอดเยี่ยม เมื่อก่อนหน้านี้ เพิ่งทำ 2 ประตู ติดต่อกัน ช่วย การท่าเรือ เอฟซี ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ช้าง เอฟเอ คัพ

เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ด้วยการเปิดบ้าน

Categories
นักฟุตบอล

ประวัติ แกเร็ธ เบล พญาวานร

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เทรนเนอร์ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ยอมรับ พร้อมดึง แกเร็ธ เบล คืนถิ่นเก่า หากสโมสรมีเงื่อนไขคว้าแข้งรายนี้เป็นทีมแรกในกรณีที่ เรอัล มาดริด ต้องการปล่อยตัวนักเตะก่อนปี 2019   ufa1688 

     รายละเอียดในสัญญาของปีกทีมชาติเวลส์ ตอนย้ายร่วมทัพราชันชุดขาว ถูกเปิดเผยแบบละเอียดยิบเมื่อวานนี้ ทำให้ทุกข้างรู้ว่า ค่าตัวของเขาในการย้ายทีมคราวนี้สูงเกือบ 101 ล้านยูโร และ ไก่เดือยทองยังถือสิทธิ์ดึงนักเตะเป็นทีมแรกอีกด้วย

     "ผมไม่รู้นะ มันเป็นแค่ข่าวลือ แต่ถ้าเรามีเงื่อนไขเซ็นเขากลับมาจริง ทำไม่มันจะไม่ได้ล่ะ?" โค้ชชาวอาร์เจนไตน์ กล่าว

     "เขาเป็นผู้เล่นชั้นยอดและสามารถยกระดับขุมกำลังในทีมได้ เขาคือนักเตะประเภทที่เราตามหา"

ขุมกำลังในทีมได้ เขาคือนักเตะประเภทที่เราตามหา"

     ดังนี้เบลทำผลงานได้โดดเด่นในฤดูนี้ หลังยิงรวมทุกรายการ 13 ประตู พร้อมทำอีก 9 แอสซิสต์ แต่ปัจจุบันเจ้าตัวอยู่ในระหว่างรักษาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา

ข้อมูลส่วนตัว 
ชื่อ : แกเร็ธ แฟรงค์ เบล 
วันเกิด : 16 กรกฎาคม 1989 
เกิดที่ : คาร์ดิฟฟ์, เวลส์ 
ตำแหน่ง : ปีก / กองกลางตัวรุก 
ส่วนสูง : 186 เซนติเมตร 
สโมสรปัจจุบัน : สเปอร์ส
หมายเลขเสื้อ : 11 
 
     แกเร็ธ เบล ตัวรุกท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดในช่วง 2 ฤดูหลัง โดยมีบุคลิก และสไตล์การเล่นค้ายคลึงกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่อาจจะมีใบหน้าไม่หล่อเหลาเหมือนกับสตาร์โปรตุกีสเท่านั้นเอง 

     เบล เกิดที่คาร์ดิฟฟ์ เมืองหลวงของเวลส์ และเป็นหลานชายของ คริส ไพค์ อดีตผู้เล่นของสโมสรคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ อีกด้วย โดยสมัยที่เจ้าตัวอายุได้ 9 ขวบ เจ้าตัวก็ได้รับความสนใจจากแมวมองของเซาท์แธมป์ตัน จากนั้น เบล ก็เข้าเรียนที่โรงเรียนวิทเชิร์ช ไฮสคูล ในคาร์ดิฟฟ์ ที่ซึ่งเขาลงเล่นรักบี้, ฮ็อคกี้ และวิ่งระยะไกล ไปพร้อมกับการเล่นบอล โดยระหว่างที่เรียนที่วิทเชิร์ช ดาวรุ่งชาวเวลส์ ก็ได้ฝึกฝีเท้ากับสถาบันลูกหนังของทีม "นักบุญ" ที่เมืองบาธ ไปด้วยพร้อมๆ กัน
 
     เมื่ออายุได้ 16 ปี เบล ก็เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมชุดอายุต่ำกว่า 18 ปีของโรงเรียนคว้าแชมป์ "คาร์ดิฟฟ์ แอนด์ เวล ซีเนียร์ คัพ" ไปครอง และเมื่อเรียนจบในช่วงซัมเมอร์ 2005 แผนกพลศึกษาของโรงเรียนก็ได้มอบรางวัลยอดเยี่ยมด้านกีฬาให้กับดาวรุ่งรายนี้ด้วย
 
     เบล พัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็วและเริ่มชื่อดังในฐานะจอมยิงฟรีคิกของ "นักบุญ" ขณะที่เกมสุดท้ายของดาวเตะหน้าลิงกับเซาแธมป์ตัน เป็นเกมเพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพ รอบรองชนะเลิศ กับดาร์บี้ ตอนวันที่ 12 เม.ย. 2007 แต่เจ้าตัวกลับโชคร้ายได้รับบาดเจ็บในช่วงช่วงหลังจนไม่สามารถฝืนเล่นต่อไปได้ โดยปีก/แบ็คซ้ายชาวเวลส์ ลงเล่นให้ "นักบุญ" ไปทั้งหมด 45 นัด และทำไป 5 ประตู
 
     จากนั้น เบล ก็ได้ย้ายไปค้าแข้งกับ สเปอร์ ช่วงวันที่ 25 พ.ค. 2007 และเซ็นสัญญาตรงเวลา 4 ปี โดย "ไก่เดือยทอง" จ่ายค่าตัวไป 5 ล้านปอนด์ (ราว 300 ล้านบาทในเวลานั้น) พร้อมกับอ็อปชั่นที่ว่าจำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมหากว่า เบล สามารถช่วยให้สเปอร์ส ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งคาดว่ารวมๆ แล้วอาจจะสูงถึง 10 ล้านปอนด์
 
     เบล เปิดฉากสนามนัดแรกให้สเปอร์ส ในเกมอุ่นเครื่องกับเซนต์ แพทริค ช่วงวันที่ 12 เดือนกรกฎาคม 2007 ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวในช่วงท้ายเกมเนื่องจากว่าบาดเจ็บ จากนั้น เบล ก็สามารถพังประตูแรกให้ "ไก่เดือยทอง" ในแมตช์อย่างเป็นทางการได้สำเร็จในเกมที่เสมอกับฟูแล่ม 3-3 ช่วงวันที่ 1 ก.ย. 2007 ก่อนที่จะตามมาด้วยการทำสกอร์จากฟรีคิกในเกมดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือกับอาร์เซน่อล และตามด้วยการทำประตูในเกมลีก คัพ ที่พบกับมิดเดิลสโบรช์  ซึ่งทำให้ดาวรุ่งวัย 18 ปีในเวลานั้น เปลี่ยนเป็นขวัญใจแฟนบอลสเปอร์ส อย่างรวดเร็ว หลังทำไป 3 ประตูจากการลงสนาม 4 นัดแรก
 
     ในช่วงต้นเดือนธ.ค. 2007 เบล ก็ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาอย่างร้ายแรง จนต้องพักนานหลายเดือน อย่างไรก็ตาม ในเดือนส.ค. 2008 เจ้าตัวก็ได้เซ็นสัญญากับสเปอร์ส เพิ่มอีก 4 ปีแม้ส่วนตัวแล้วจะทำผลงานได้ดี แต่ไม่น่าเชื่อว่า เบล จะมีสถิติลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก 24 นัดให้สเปอร์ส โดยที่ทีมไม่ชนะเลย ซึ่งกว่าที่เขาจะได้สัมผัสชัยชนะในลีกเป็นนัดแรกก็ต้องรอจนถึงเกมที่พบกับเบิร์นลี่ย์ ตอนวันที่ 26 ก.ย. 2009 ซึ่งกินเวลามากกว่า 2 ปี ภายหลังที่เซ็นสัญญาในถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน โดยเกมดังที่กล่าวถึงแล้วเขาถูกเปลี่ยนลงมาเป็นผู้เล่นสำรองในนาทีที่ 85
 
     ฤดู 2010-11 เบล เริ่มได้อย่างสวยหรูเมื่อเหมาคนเดียว 2 ประตูให้ทีมชนะสโต๊ค ซิตี้ 2-1 ตอนวันที่ 21 ส.ค. 2010 และต่อมาอีก 4 วัน เขาก็ทำแอสซิสต์ทั้ง 4 ลูกให้ สเปอร์ส ถล่ม ยัง บอยส์ เบิร์น จากสวิตเซอร์แลนด์ 4-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน

     ฤดู 2012-13 เบล เปลี่ยนมาใส่เสื้อหมายเลข 11 ซึ่งเป็นเบอร์ไรอัน กิ๊กส์ ขวัญใจของเขาในทีมชาติเวลส์ นั่นเอง ในซีซั่นนี้ เบล ทำแฮตทรกแรกให้กับตัวเองในพรีเมียร์ลีก ในนัดบ็อกซิ่ง เดย์ ที่บุกถล่มแอสตัน วิลล่า 4-0 จากนั้นสตาร์ "มังกรแดง" ก็ทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง และมีลูกสวยๆมาให้เห็นอย่างมาก โดยเฉพาะลูกโซโล่เดี่ยวจากกลางสนามในเกมเสมอนอริช 1-1 ตามด้วยยิงไกลสุดสวยในนัดยกพลทุบเวสต์บรอมวิช 1-0 ก่อนที่ เบล จะกดประตูทะลุ 15 ตุงในเกมชนะนิวคาสเซิ่ล 2-1 และปัจจุบัน "พญาวานร" ยังฟอร์มแรงแบบฉุดไม่อยู่ โดยเขาจัดการซัดประตูอริร่วมเมืองอาร์เซน่อล ตอนวันที่ 3 มีนาคม 2013 ตามด้วยประตูเบิกร่องในแมตช์ต้อน อินเตอร์ มิลาน 3-0 ในศึกยูโรป้า ลีก เลกแรก     แกเร็ธ เบล ได้ลงประจำการในตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีมทำหน้าที่ได้ดีในเกมรุกแต่ในเกมรับกลับไม่ค่อยเหนียวแน่นนัก ซ้ำใน เดือนมิ.ย. 2009 ต้อง เข้ารับการผ่าตัดที่หัวเข่า ซึ่งทำให้ต้องพักนาน 8 สัปดาห์ จนต้องเสียตำแหน่งตัวจริงให้ อัสซู เอก็อตโต้ ที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝัก 
      แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กุนซือของทีม ได้โอกาส แกเร็ธ เบล ได้ลงสนามอีกรอบ หลังเมื่อเอก็อตโต้ มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน และก็ไม่ทำให้ จ่าเฉย ผิดหวัง ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถพังตาข่าย อาร์เซน่อล และ เชลซี จนทำให้ได้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนเมษายน 2010 ไปครอง 
      หลัง เอก็อตโต้ จะหายเจ็บลงสนามได้แล้ว เร็ดแน็ปป์ เชื่อมั่นในตัวของ แกเร็ธ เบล เลยขยับให้เขาขึ้นมาเล่น ตำแหน่งปีกซ้ายและโชว์ฟอร์มได้อย่างสะเด็ดสะเด่า จนมาถึงสร้างชื่อในเวทียุโรปให้ตัวเองอีกรอบเมื่อระเบิดตาข่ายซัดแฮตทริกในเกมที่พ่าย อินเตอร์ 4:3 ที่ซาน ซิโร่ ช่วงวันที่ 20 ตุลาคม2010 แม้ สเปอร์ส เหลือผู้เล่นแค่ 10 คนตั้งแต่ไก่โห่นาที 8 แถม"งูใหญ่" เป็นข้างนำห่างถึง 4:0 ในช่วง 35 นาทีแรก อีกด้วย 
      นัดแรกอาจจะหาว่าฟลุ๊ค แต่"พญาวานร"กับมาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว เมื่อกลับมาเล่นนัดที่ 2 ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน โชว์ความเทพจนได้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ อีกรอบ เพราะน้อยคนนัก ที่จะทำให้ ไมค่อน แบ็กขวาแซมบ้า หัวหมุนได้ทั้งเกม และสามารถชนะแชมป์เก่าไปอย่างสวยหรู 3:1จนบรรดายักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่างเช่น รีล มาดริด และ อินเตอร์ มิลาน สนใจในตัวเขาอย่างจริงจัง แต่เจ้าตัวก็ได้ออกมาประกาศเจตนารมณ์ว่าต้องการอยู่กับสเปอร์ส 
     แกเร็ธ เบล ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่เป็นนัดแรกช่วงวันที่ 27 พ.ค. 2006 ถูกเปลี่ยนลงมาเป็นผู้เล่นสำรองในเกมที่เฉือนชนะตรินิแดด แอนด์ โตเบโก สร้างสถิติเป็นนักเตะ"มังกรแดง" อายุน้อยที่สุดได้เล่นให้ทีมชาติเวลส์ ขณะที่มีอายุ 16 ปี 315 จนได้รับการคาดหวังว่าจะเผ่านาเป็นตัวแทนของ ไรอัน กิ๊กส์ ปีกพ่อมดแห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Categories
นักฟุตบอล

ประวัติ วิลเลี่ยน ดาวเตะหัวฟูทีมชาติบราซิล

วิลเลี่ยน ดาวเตะหัวฟูทีมชาติบราซิลของ ทีม เชลซี ออกมายอมรับว่า เขาจำเป็นต้องพยายามให้มากกว่านี้ในการได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงของทีม  ufa1688 

     โดยฤดุกาลนี้ กองกลางจอมเทคนิคต้องเริ่มที่ม้านั่งสำรอง และยังต้องพยายามหาโอกาสลงเล่นจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส ที่ให้โอกาส เอแด็ง อาซาร์ เชส ฟาเบรกาส และ อังเดร ยกร์เล่ ลงเล่นก่อนในเกมที่ชนะ เบิร์นลีย์ ไป 3-1 เมื่อวันจันทร์ และเขาก็ได้ลงมาเป็นสำรอง ในเกมนี้ด้วย โดยเขากล่าวว่า

     "ผลงานของผมเมื่อซีซั่นก่อนก็ดี ไม่ได้แย่ แต่ผมต้องทำให้ดีมากกว่านี้"

     โดยในบอลโลกที่ผ่านมาที่บราซิล เขาต้องถูกทำลายความมั่นใจจากความพ่ายแพ้ในนัดที่โดนเยอรมัน เผาคาบ้าน 7-1 ซึ่งมี เชียร์เล่ รวมอยู่ด้วย  

     "ผมยังโอเคดี และแฮปปี้มากๆ ที่กลับมาเชลซี เพื่อให้ทำงานร่วมกับเพื่อให้นๆ และช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะ มีผู้เล่นคนใหม่ๆ เผ่านา และซีซั่นนี้เราต้องคว้าแชมป์สักรายการ หลังจากจบศึกบอลโลก ผมอยู่ตรงนั้นกับครอบครัว พัก และไม่คิดอะไรเกี่ยวกับบอลเลย สมาชิกในทีมของเราเข้มแข็งขึ้น เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน มันสำคัญนะ"

ชื่อเต็ม : วิลเลี่ยน บอร์เกส ดา ซิลวา 
วันเกิด : 9 สิงหาคม 1988 (อายุ 26 ปี)
เกิดที่ : ริเบโร่ ปิเรส , ประเทศบราซิล
สัญชาติ : บราซิล
ส่วนสูง : 175 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองกลาง
สโมสรปัจจุบัน : เชลซี

ประวัติส่วนตัว
โครินเธียนส์ 2006-07
     ในปี 2007 หลังผ่านการเป็นเด็กฝึกเยาวชนของทีม เขาก็ได้เริ่มลงเล่นเป็นตัวจริงให้โครินเธียนส์ โดยสวมเบอร์ 10 ลงเล่นในลีกไป 16 นัด ทำได้ 2 ประตู

ชัคตาร์ โดเนตส์ 
2007-08
     วันที่ 23 สิงหาคม 2007 วิลเลี่ยน เซ็นสัญญา 5 ปี กับ ชัคตาร์ โดเนตส์ ด้วยค่าตัว 14 ล้านปอนด์ เขาได้เปิดฉากนัดแรก เมือ่วันที่ 15 กันยายน 2007 ในเกมที่ชนะ โครโนโมเร็ต 2-1 โดยถูกเปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 57 แทนที่ของ จาดสัน ส่วนประตูแรกที่ทำได้เกิดขึ้นวันที่ 31 ตุลาคม 2007 ในนัดที่ถล่ม อาร์เซน่อล เคียฟ 4-1 ในถ้วย ยูเครเนี่ยน คัพ 
     จากนั้น วิลเลี่ยนได้ลงเล่นเกมยูฟ้า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรก ในแมตช์ที่แพ้ เอซี มิลาน ไป 3-0 ตอนวันที่ 6 พฤศจิกายน 2007 โดยลงมาแทน รัซวาน รัต เขาจบฤดูนั้นด้วยการเล่นไป 28 นัด และช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกและถ้วย ยูเครเนี่ยน คัพ อีกด้วย
 

ฤดู 2008-2009
     วิลเลี่ยนลงเล่นในรายการซูเปอร์คัพ ในช่วงยิงจุดโทษ เอาชนะ ดินาโม เคียฟ โดยลงมาเล่นแทน บรันเดา ในช่วงหลัง 
วันที่ 27 สิงหาคม เขาทำประตูได้ในเกมที่ชนะ ดินาโม ซาเกร็บ 3-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จบซีซั่นเขาลงเล่นไป 52 นัด ทำไป 8 ประตู  
 
ฤดู 2009-10
     ประตูแรกของเขาในซีซั่นนี้ เกิดขึ้นในนัดถล่ม ดเนียสเตอร์ โอวิดิโอโพล 6-1 ณ วันที่ 15 สิงหาคม จบฤดู เขาลงเล่นไป 39 นัด ทำไป 7 ประตูในทุกรายการ พร้อมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ยูเครนอีกด้วย

ฤดู 2010-11 
     วิลเลี่ยนกดประตูแรก ในแมตช์ที่ถล่ม ทาฟริย่า ซิมเฟโรโพล ในถ้วยซูเปอร์ คัพ ไป 7-1 
     วันที่ 8 มีนาคม เขาเหมา 2 ลูกในเกมที่พบ โรม่า ในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จบฤดู เขาลงเล่นไปทั้งสิ้น 43 นัด ทำ 8 ประตู โดยคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ทั้งบอลลีก ยูเครเนี่ยน คัพ และ ซูเปอร์ คัพ
 
ฤดู 2011-12
     วิลเลี่ยนซัดลูกแรก ในเกมที่พบกับ เซนิต เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จบฤดูลงไป 37 นัก ยิง 6 ประตู และยังคงกวาดดับเบิ้ลแชมป์ ในถ้วยพรีเมียร์ ลีก และ ยูเครเนี่ยน คัพ

ฤูดูกาล 2012-13
     ซีซั่นนี้ เขาต้องรอถึงนัดที่ 4 ในวันที่ 6 สิงหาคม ในเกมที่ชนะ โวลน์ ลุทส์ โดยลงในช่วงหลังแทน อเล็กซ์ เตเซร่า 
ไฮไลท์ขิงเขาอยู่ที่ การกด 2 เม็ด ในนัดที่แพ้เชลซี 3-2 ในรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันที่ 7 พฤศจิกายน

อันจิ มาคัชคาล่า
     วันที่ 13 มกราคา 2013 วิลเลี่ยน ย้ายไป อันจิ มาคัชคาล่า ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร โดยใส่เบอร์ 10 ตามเดิม แต่ในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เขาเลือกใส่เบอร์ 88 ตามกฎที่ในฤดูเดียวกันต้องใส่เบอร์เดิมในบอลยุโรป โดยได้เปิดฉากใน อันชิ นัดแรก ในเกมที่พบกับ นิวคาสเซิล ในบอลยูโรป้า ลีก 

เชลซี
     วันที่ 28 สิงหาคม 2013 เชลซี สโมสรจากพรีเมยร์ ลีก อังกฤษ ได้ลงนามเซ็นสัญญาซื้อตัวเขา ในราคา 32 ล้านปอนด์ เป็นระยะเวลา 5 ปี 
พร้อมใส่เบอร์ 22 ได้ลงเกมแรก ในนัดที่ชนะ เอฟซี บาเซิล 2-1 ในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 
     วันที่ 6 ตุลาคม 2013 เขาได้เปิดฉากเกมแรกในลีก ในนัดที่ออกไปเยือน นอริช ซิตี้ พร้อมยิงไป 1 เม็ด พาทีมชนะไป 3-1 จากนั้นยังได้ยิงหงส์แดง อีก 1 ลูก ในเกมเยือนที่ชนะไป 2-0 อีกด้วย
ทีมชาติ
     เริ่มจากการเป็นสมาชิก ทีมชาติ บราซิล ยู-20 โดยลงนัดแรกในรายการ ชิงแชมป์เยาวชนอเมริกาใต้ ในนัดที่เจอ ชิลี เมือ่วันที่ 7 มกราคม 2007 ต่อมาเขายังได้ถูกเลือกคิดทีมชาติในบอลโลกชุดยู-20 แต่ก็ต้องมาตกรอบก่อนรองชนะเลศด้วยฝีเท้าของสเปน
     วันที่ 10 พฤศจิกายน 2011 วิลเลี่ยน ติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นนัดแรก ในนักกระชับมิตรที่พบกับ กาบอง 
     วันที่ 16 พฤศจิกายน 2013  เขาก็สามารถทำประตูแรกได้ในนามทีมชาติ ในเกมถล่ม ฮอนดูรัส 5-0 ที่ไมอามี่ มลรัฐฟลอริด้า
     วันที่ 7 พฤษภาคม 2014 วิลเลี่ยน ถูกเลือกเป็น 23 ผู้เล่นชุดลุยบอลโลก 2014 ที่บราซิล โดยได้โอกาสเล่นในช่วงหลังของช่วงต่อเวลาพิเศษรอบ 16 ทีม ที่เจอกับ ชิลี ร่วมกับเพื่อให้นร่วมทีมเชลซี อย่างออสการ์ พร้อมซัดประตูในช่วงดวลจุดโทษ พร้อมเข้ารอบต่อไป

Categories
นักฟุตบอล

ประวัติ ดาวิด ลุยซ์

ชื่อ : ดาวิด ลุยซ์
เชื้อชาติ : บราซิล
วันเกิด : 22 เมษายน 1987
อายุ : 27 ปี
สถานที่เกิด : เดียเดม่า , บราซิล   ufa1688 
ตำแหน่ง : กองหลัง
สโมสร : ปารีสฯ

ประวัติ
     ลุยซ์ เริ่มเล่นบอลกับทีมเยาวชนของ เซา เปาโล ตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยเขาได้เริ่มเล่นในตำแหน่งของกองกลางตัวรับ ซึ่งเหตุผลที่เขาเลือกตำแหน่งนี้เพราะในสโมสรชอบไม่ค่อยมีคนเลือกลงเล่นในตำแหน่งนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเขาก็มักถูกถอยลงไปเล่นเป็นปราการหลังซะมากกว่า ซึ่งเมื่ออายุ 14 ปีเขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมเยาวชนของ วิคตอเรีย โดยที่นี่ก็เหมือนกับเป็นการแจ้งเกิดของปราการหลังจอมบุกชาว บราซิลเลี่ยน ผู้นี้เลยก็เป็นได้ เพราะเมื่อผ่านไป 5 ปี ฟอร์มของ ดาวิด ลุยซ์ ก็ไปเตะตาแมวมองของ สโมสร เบนฟิก้า ทีมยักษ์ใหญ่ในลีกของ โปรตุเกส และมันก็ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่หน้าจับตามองอย่างสุดๆทั่วยุโรปเลยทีเดียว

สโมสร วิคตอเรีย (2006-2007)
     ในทีมชุดใหญ่ของ วิคตอเรีย ดาวิด ลุยซ์ ถูกจับไปยืนในตำแหน่ง ปราการหลังตัวกลางด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ของเขาเลยทำให้กุนซือมองว่าเขาน่าจะทำประโยชน์ให้กับทีมได้ดีมากยิ่งกว่าตำแหน่งที่เขาชอบเล่นอย่างกองกลางตัวรับ โดยเกมนัดแรกในชีวิตค้าแข้งอย่างเต็มตัวของเขาเกิดขึ้นในปี 2006 โดยเขาลงเล่นให้กับ วิคตอเรีย เสมอกับ ซานตา ครูซ ไป 2-2 ซึ่งหลังจากนั้นอีก 8 เกม ลุยซ์ ก็สามารถทำประตูแรกในการค้าแข้งได้สำเร็จในนัดที่เอาชนะ แอตเลติโก โด ปอร์โต้ ไป 2-0 เมื่อ 3 กันยายน 2006 ซึ่งที่ วิคตอเรีย ดาวิด ลุยซ์ ได้โอกาสลงสนามไปทั้งหมด 26 นัด และยิงไปได้ 1 ประตู

สโมสร เบนฟิก้า (2007-2011)
     30 มกราคม 2007 ดาวิด ลุยซ์ ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรมากในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น เบนฟิก้า หรือ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่ทว่าสุดท้ายแล้ว ลุยซ์ ก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ เบนฟิก้า ด้วยสัญญายืมตัวก่อน โดยเขาก็ได้เปิดตัวในนัดเกมยุโรป ยูฟ่า คัพ กับ ปารีสฯ ในทันที ด้วยเหตุว่า ลุยเซา ปราการหลังคนสำคัญดันเจ็บเลยทำให้ ดาวิด ลุยซ์ ได้รับโอกาสลงสนามแทน ซึ่งในเกมนั้น เบนฟิก้า แพ้ไป 1-2 แต่ทว่ายังดีที่สกอร์รวมยังสามารถผ่านไปสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ
     12 มีนาคม 2007 ดาวิด ลุยซ์ ลงเล่นเกมแรกในลีกให้กับ เบนฟิก้า โดยพอจบฤดูนี้ ลุยซ์ ก็ได้รับรางวัลในทันทีด้วยการจับเซ็นสัญญาถาวรตรงเวลา 5 ปี โดยค่าตัวตอนนั้นอยู่ที่ 1.5 ล้านปอนด์

     ประตูแลกของ ดาวิด ลุยซ์ กับ เบนฟิก้า ต้องรอกันถึง 2 ปีเลยทีเดียวโดยเขาสามารถยิงได้ในเกมที่พบกับ บราก้า ซึ่งเกมนั้นเจ้าตัวถูกจับลงไปเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย โดยในฤดูนี้เหมือนเป็นฤดูที่ยอดเยี่ยมของตัวเขาเองเลยก็ว่าได้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการเผ่านาคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง ฆอร์เก้ เจซุส โดยพอเผ่านาเขาก็ได้แต่งตั้งให้ ดาวิด ลุยซ์ เป็นรองกัปตันในทันที โดยฤดูนี้ตัวเขาได้ลงเล่นไปถึง 49 เกม และได้รับโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำลีกของโปรตุเกสด้วยคะแนน 38 เปอร์เซ็นต์ เหนือชั้น 2 อย่าง อังเกล ดิ มาเรีย ที่ได้รับคะแนนไปเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ เพียงแค่นั้นทำให้คราวนี้ ดาวิด ลุยซ์ ดังเป็นพลุแตกทันทีหลายสโมสรชั้นนำต่างสนใจในตัวเขา และก็เป็น เชลซี ที่ยอมทุ่มเงินคว้าตัวเขาไปร่วมทีม โดย ดาวิด ลุยซ์ ลงเล่นให้กับ เบนฟิก้า ไปทั้งหมด 72 นัด และยิงไปทั้งหมด 4 ประตู

สโมสร เชลซี (2011-2014)
     30 มกราคม 2011 ดาวิด ลุยซ์ ย้ายซบหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เชลซี ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์(ประมาน 1,200 ล้านบาท) และได้รับสัญญาทั้งหมด 5 ปีครึ่ง โดย ลุยซ์ ลงเปิดฉากสนามเกมแรกให้กับ เชลซี ด้วยการทำบิ๊กแมตช์กับ ''หงส์แดง'' หงส์แดง เลยทีเดียวซึ่งเขาถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน โจเซ่ โบซิงวา โดยเกมนั้น เชลซี ก็แพ้ไป 0-1 และอีก 8 วันต่อมา ดาวิด ลุยซ์ ก็มีชื่อออกสตาร์ทเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงจนได้ในเกมที่พบกับ ฟูแล่ม ซึ่งผลก็จบลงด้วยการเสมอกันไป 0-0 โดยเกมนี้ ลุยซ์ ถูกโหวตโดยแฟน เชลซี ให้ได้รับตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะแมตช์ อีกด้วย

     1 มีนาคม 2011 ดาวิด ลุยซ์ เปิดฉากประตูแรกกับทาง ''สิงโตน้ำเงินคราม'' เชลซี ได้สำเร็จ ด้วยการยิงใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมที่ เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ แมนฯยู ไปได้ 2-1 หลังจากนั้นเขาก็ได้แปลงเป็น 1 ในตัวหลักของทัพ ''สิงบูลส์'' ไปในทันทีด้วยฟอร์มการเล่นที่หนักแน่นแถมมีสไตล์ที่ชอบเติมขึ้นไปเล่นเกมรุกแบบดุดันจนทำให้แฟน เชลซี ต่างชื่นชอบและหลงใหลในตัวเขาเป็นอย่างมาก
     ในปี 2013 ''โปรยิ้ม'' แปลงเป็นฉายาของเขาที่ถูกแฟนบอลชาวไทยเรียกอย่างติดปากในทันที ในเกมที่ เชลซี สามารถบุกไปเอาชนะ แมนฯยู ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด มาได้ 1-0 โดยเป็นจังหวะที่เขาบังบอลอยู่กับ ราฟาเอล แบ็คขวาของ ''ปีศาจแดง'' ก่อนที่รายหลังจะอารมณ์ร้อนไปหวดใส่เขาดื้อๆ และ ดาวิด ลุยซ์ ไม่รอช้าทิ้งตัวลงไปนอนกลิ้งในทันทีแถมแอบส่งยิ้มไปให้กองเชียร์ข้างสนาม ประนึงว่าข้าทำสำเร็จแล้ว และมันก็ได้ผลจริงๆเมื่อ ราฟาเอล โดนไล่ออกจากสนาม ซึ่งนี่ก็คือ ฉายา ''โปรยิ้ม'' ที่เจ้าตัวได้มา

     สิ่งที่ทำให้ ดาวิด ลุยซ์ แปลงเป็นที่รักของแฟนคลับนั้นไม่ได้มาจากฟอร์มการเล่นในสนามที่ดูเหนียวแน่นและหนักแน่นเพียงอย่างเดียว โดยเจ้าตัวชอบเล่นบอลไปด้วยแถมเอ็นเตอร์เทนแฟนบอลไปด้วย มักสร้างสีสรรค์ให้กับเหล่าบรรดากองเชียร์ได้เฮได้หัวเราะกันอย่างสม่ำเสมอ เลยทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมชื่อของ ดาวิด ลุยซ์ ถึงแปลงเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสโมสรเศรษฐียักษ์ใหญ่จากประเทศ ฝรั่งเศส อย่าง ปารีสฯ มาสนใจที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทีม โดย ''โปรยิ้ม'' ลงเล่นให้กับสโมสร เชลซี ไปทั้งหมด 81 นัด และยิงไปได้ 6 ประตู

สโมสร ปารีสฯ (ปัจจุบัน)
     13 มิถุนายน 2014 ดาวิด ลุยซ์ ตัดสินใจออกจากสโมสร เชลซี แล้วย้ายมาร่วมทีมกับ ปารีสฯ จนได้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์(ประมาน 2,400 ล้านบาท) ซึ่งทำให้ ลุยซ์ แปลงเป็นกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปโดยปริยาย โดยเขาก็ได้รับสัญญาทั้งหมด 5 ปี เกมนัดแรกของ ลุยซ์ กับ ปารีสฯ เกิดขึ้นเมื่อ 16 สิงหาคม โดยเกมนั้น ปารีสฯ แพ้ให้กับ บาสเตีย ไป 0-2 ทว่า 30 กันยายน ดาวิด ลุยซ์ สามารถทำประตูแรกในสีเสื้อของ ปารีสฯ ได้สำเร็จ ในเกมที่พบกับยอดทีมของโลกอย่าง บาร์เซโลน่า โดยในปี 2014 ต้องบอกว่า ดาวิด ลุยซ์ คงเป็นปลื้มไม่ใช่น้อย เพราะเขาเซอร์ไพรส์มีชื่อติดอยู่ในทีมยอดเยี่ยมของ บัลลงดอร์ อีกด้วย
     ทว่าถึงตอนนี้ ลุยซ์ กำลังโดนโจมตีอย่างหนักจากเกม ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก นัดแรก ที่ ปารีสฯ แพ้ให้กับ บาร์เซโลน่า ไป 1-3 ซึ่งเป็น ดาวิด ลุยซ์ ที่โดน หลุยส์ ซัวเรซ เล่นงานจนเปลี่ยนเป็นบ่อน้ำมัน ที่แย่ไปกว่านั้นคือการที่เขาโดนแตะลอดขาเข้าไปทำประตูถึง 2 ครั้ง 2 ครา ด้วยกัน จนโดนล้อไปต่างๆนา ทำให้น่าสนใจเหลือเกินว่าเกมนัดที่ 2 ที่เขาจำเป็นที่จะต้องลงเจอกับ หลุยซ์ ซัวเรซ อีกรอบ ดาวิด ลุยซ์ จะล้างแค้นและเอาคืน ซัวเรซ ได้หรือเปล่า
     ถึงตอนนี้ ดาวิด ลุยซ์ ลงเล่นให้กับ ปารีสฯ ไปแล้ว 23 นัด และยิงไปได้ 2 ประตู
ทีมชาติ บราซิล
     ดาวิด ลุยซ์ ติดทีมชาติ บราซิล ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี และได้ไปเล่นในศึก เวิลด์คัพ ยู-20 ในปี 2007 อีกด้วย โดยเกมแรกของเขากับทีมชาติ บราซิล ยู-20ปี ลุยซ์ ลงเล่นในนัดพบกับ อเมริกา ซึ่งก็เป็น บราซิล ที่เอาชนะไปได้ 2-0
     10 สิงหาคม 2010 มาโน่ เมเนเซส กุนซือในตอนนั้นได้เรียก ดาวิด ลุยซ์ เผ่านาติดทีมชาติ บราซิล ชุดใหญ่จนได้ โดยส่งเขาลุยในศึก โคปา อเมริกา ในปี 2011 ในทันที
     7 กันยายน 2012 ดาวิด ลุยซ์ ถูกแต่งตั้งให้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมชาติ บราซิล เป็นนัดแรก ในเกมที่ทีมชาติ บราซิล สามารถเอาชนะ แอฟริกาใต้ ไปได้ 1-0
     2 มิถุนายน 2014 ในศึก เวิลด์คัพ ที่ประเทศ บราซิล คงเป็นอะไรที่ ลุยซ์ ไม่ต้องการจะจดจำสักเท่าไหร่หลังในเกมกับ เยอรมันนี ดาวิด ลุยซ์ ได้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมเนื่องจากว่า ติเอโก้ ซิลวา ติดโทษแบน และเกมนั้นก็เป็นข้าง ''อินทรีเหล็ก'' ที่ไล่ถล่มทัพ ''แซมบ้า'' คาถิ่นของพวกเขาเองไปถึง 7-1 ซึ่งทำเอาเกมรับของทีมชาติ บราซิล ในเกมนั้นโดนจวกกันเละถึงผลงานอันหน้าผิดหวังนี้ ดาวิด ลุยซ์ รับใช้ชาติไปทั้งหมด 47 นัด และยิงไปได้ 3 ประตู

เกียรติประวัติ
– นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดู 209-2010 ของศึก โปรตุกีส ลีก
– นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน มีนาคม 2011 ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
– ติดทีมยอดเยี่ยมของศึก เวิลด์คัพ 2014
– ติดทีมยอดเยี่ยมจากการลงคะแนนของ ฟีฟ่า 2014

Categories
นักฟุตบอล

ประวัติ เมสัน กรีนวู้ด

ประวัติ เมสัน กรีนวู้ด

     เมสัน กรีนวู้ด เป็นหัวหอกดาวรุ่งชาวอังกฤษของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2001
ตำแหน่งแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่คือตำแหน่งกองหน้าตัวขวาและหัวหอกตัวเป้า เจ้าตัวติดทีมชาติอังกฤษมาแล้วทุกชุดเว้นทีมชุดใหญ่ที่มีวี่แววว่าจะได้รับโอกาสจากกุนซือ แกเร็ธ เซาท์เกท ในอนาคตอันใกล้

     กรีนวู้ดเริ่มค้าแข้งด้วยการเป็นผู้เล่นมิดฟิลด์ทว่าด้วยสัญชาติญาณการจบสกอร์ทำให้เขาเปลี่ยนไปเล่นกองหน้าและทำสถิติเป็นผู้เล่นที่ยิงประตูสูงสุดในพรีเมียร์ลีกเหนือชุดยู-18 โดยทำได้ 364 ประตูจาก 287 นัด

     กรีนวู้ดแจ้งเกิดในฤดูกาล 2019/20 หลังจากได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่องจากกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ทำให้เขาจบฤดูกาลพรีเมียร์ลีกด้วยการยิงไป 10 ประตูจาก 31 นัดพร้อมช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าอันดับ 3 ซิวตั๋วไปเล่นรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ

     ดานิเอเล่ รูกานี่ เป็นนักฟุตบอลชาวอิตาลีที่เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กให้กับสโมสรยูเวนตุสในศึกกัลโช่ เซเรีย อาและทีมชาติอิตาลี

     รูกานี่เริ่มต้นเล่นอาชีพกับเอ็มโปลีในศึกเซเรียบีเมื่อปี 2013 ซึ่งเขาช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในเซเรียอาได้ทันทีและถูกเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเซเรียบี เกมรับของเขาในฤดูกาลถัดมาทำให้เขาถูกเลือกเป็นหนึ่งในทีมยอดเยี่ยมเซเรียอาปี 2015 ทำให้เขาได้ย้ายไปเล่นกับยูเวนตุสที่ซึ่งเขาคว้าแชมป์เซเรียอาได้ถึง 5 สมัย โคปปา อิตาเลีย 2 ครั้งและซูเปอร์โคปปา อิตาเลียอีก 2 ครั้ง ในระดับทีมชาติเขาติดทีมชาติอิตาลียู 21 ไปเล่นศึกยูโรในปี 2015 และ 2017 และได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2016

     นับตั้งแต่เล่นทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2008 เขาติดทีมชาติไปมากกว่า 90 ครั้งและยิงได้ 30 ประตู เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนปี 2012 คากาวะได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของทวีปเอเชีย

เกียรติประวัติ

เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก
– แชมป์ลีกออสเตรียบุนเดสลีก้า : 2014–15, 2015–16, 2016–17, 2017–18, 2018–19, 2019–20
– แชมป์ออสเตรีย คัพ : 2014–15, 2015–16, 2016–17, 2018–19

หงส์แดง
– พรีเมียร์ลีก : 2019–20

ทีมชาติ
ญี่ปุ่น U-23
– บอลเอเชียเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี : 2016

ญี่ปุ่นชุดใหญ่
– เอเชียนคัพ รองชนะเลิศ : 2019

เกียรติประวัติส่วนตัว
– ดาวซัลโว AFC U-16 Championship : 2010

          เบน ชิลเวลล์ เป็นนักเตะในตำแหน่งแบ็คซ้ายของ สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมชื่อดังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และยังเป็นผู้เล่นทีมชาติอังกฤษอีกด้วย

          ชิลเวลล์ เกิดที่ มิลตัน คีนส์ มณฑลบักกิงแฮมเชอร์ เขาเป็นลูกหม้อของอคาเดมี่ เลสเตอร์ ซิตี้ และโชว์ฝีเท้าโดดเด่นเกินอายุจนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีประจำศูนย์ฝึกซ้อมเยาชนของ เลสเตอร์ ในฤดู 2014/15

          ในยุคของกุนซือ เคลาดิโอ รานิเอรี ชิลเวลล์ ได้ถูกโปรโมตรขึ้นชุดใหญ่เจ้าตัวได้โชว์ฝีเท้าให้กับทัพ "สุนัขจิ้งจอก" ในช่วงทัวร์ปรีซีซั่น และได้รับเสื้อหมายเลข 30 ในทีม ก่อนเปิดศึกฤดู 2015/16 หลังจากนั้นเจ้าตัวเดบิวต์เกมแรกในฐานะนักเตะอาชีพ ในแมตช์แข่งขันวันที่ 27 ตุลาคม 2015 ในศึก ลีก คัพ โดยเจอกับ ฮัลล์ ซิตี้ เจ้าตัวเล่นเต็มเกมแต่ไม่สามารถช่วยทีมได้ เลสเตอร์ พ่าย ดวลจุดโทษ 5-4 หลังจากเสมอกันในเวลา 1-1   

          วันที่ 19 พฤศจิกายน 2015 การผจญภัยบทใหม่ของ ชิลเวลล์ ในวัย 18 ปี เริ่มขึ้นเมื่อเขาถูกสโมสรปล่อยแบบยืมตัวไปร่วมทีม ฮัดเดอส์ฟีลด์ ทาวน์ ในศึกแชมเปี้ยน ชิพ จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2016 เขาเปิดตัวเกมแรกให้กับ ฮัดเดอส์ฟีลด์ ในเกมที่พวกเขาเปิดบ้านพ่าย มิดเดิ้ลสโบรช์ 0-2

          หลังจากนั้นเส้นทางอาชีพของเขาก้าวขึ้นมาอีกระดับ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2016 ชิลเวลล์ เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปจนถึง ปี 2021 จากนั้นเขาเปิดตัวเกมแรกในพรีเมียร์ลีก กับ เลสเตอร์ ในวันที่ 26 ธันาวาคม 2016 ในเกมที่ "จิ้งจอก" เปิดบ้านพ่าย เอฟเวอร์ตัน 0-2 เขาได้รับคำชื่นชมในเรื่องฟอร์มการเล่นเป็นอย่างมาก โดยในฤดู 2016/17 เจ้าตัวลงเล่นรวมทุกรายการไป 19 นัดซึ่งรวมทั้งการเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 นัดอีกด้วย และในวันที่ 18 พฤษภาคม 2017 เขาก็ยิงประตูแรกในฐานะนักเตะอาชีพได้สำเร็จ ในเกมที่ เลสเตอร์ เปิดบ้านแพ้ สเปอร์ส 6-1

          ชิลเวลล์ นั้นโดนไล่ออกจากสนามนัดแรกในอาชีพนักเตะ ในวันที่ 13 มกราคม 2018 จากการโดนใบเหลืองที่ 2 ภายในเวลาเพียง 5 นาที ในเกมที่ เลสเตอร์ เสมอ เชลซี 0-
Chelsea news: Lampard gives verdict on new signings Chilwell and Silva |  Metro News

 วันที่ 26 สิงหาคม 2020 ชิลเวลล์ ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ไปร่วมทีม เชลซี ในราคา 50 ล้านปอนด์ โดยเซ็นสัญญา 5 ปีด้วยกัน

เกียรติประวัติ
– คว้าชั้นที่ 3 รายการ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก กับทีมชาติอังกฤษ ในปี 2019

          6 มิถุนายน 2019 มีข่าวออกมาว่า "ปีศาจแดง" บรรลุสัญญาในการคว้าตัว ดาเนี่ยล เจมส์ เป็นที่เรียบร้อยก่อนที่ในเย็นวันนั้นทาง แมนฯยู จะประกาศคว้าตัวเจมส์ อย่างเป็นทางการด้วยค่าตัวเพียง 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 618 ล้านบาท) ด้วยระยะเวลา 5 ปีพร้อมกับพ่วงอ็อปชั่นเสริมขยายสัญญาในอนาคต หลังจากพรีเมียร์ลีก กลับมาเปิดฉากซีซั่นใหม่ เจมส์ ได้โอกาสลงมาเป็นสำรองก่อนที่จะฉกฉวยโอกาสที่ได้รับทันทีด้วยการยิงประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนามในเกมเอาชนะเชลซี 4-0 ก่อนที่หลังจากนั้นเจ้าตัวจะได้รับความไว้วางใจจากโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ มากขึ้นและเจมส์ ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะ 4 เกมแรกเจ้าตัวยิงไปได้ถึง 3 ประตูเลยทีเดียวจนมีชื่อเข้าชิงนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรในสิงหาคม แต่หลังจากนั้นฟอร์มการเล่นก็ออกสมุทรแบบต่อเนื่องหลุดไปนั่งสำรองซะส่วนใหญ่ก่อนที่จะกลับมาพังประตูได้อีกรอบในเดือนมีนาคม ปี 2020 เลยทีเดียวและต้องรอลุ้นว่าซีซั่นใหม่ที่จะถึงนี้ ดาเนี่ยล เจมส์ คนเดิมจะกลับเข้าฝั่งได้ไหม
ufa1688

Categories
นักฟุตบอล

ประวัติ จาดอน ซานโช่ กำลังหลักทัพเสือเหลือง อนาคตไกล

จาดอน ซานโข่ (Jadon Sancho) เกิดวันที่ 25 มีนาคม 2000 ในกรุงลอนดอน ประเทศ England  เขามีความรักและหลงใหลในกีฬาฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็ก โดยเขาเริ่มเล่นฟุตบอลจากการเข้าคัดเลือกเป็นนักฟุตบอลประจำโรงเรียน และเวลาหลังเลิกเรียน ซานโช่ ก็มักจะใช้เวลาว่างไปในการฝึกฝนพัฒนาฝีเท้าและเล่นบอลอยู่ข้างถนนกับเพื่อนๆ จนกระทั่งเขามีอายุได้ 7 ขวบ ก็ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นนักฟุตบอลเยาวชนในอคาเดมี่ของทางสโมสร วัตฟอร์ด

sancho-watford   ufa1688 
จาดอน ซานโช่ อายุ 11 ขวบ ก็สามารถขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมอคาเดมี่สโมสร วัตฟอร์ด

ต่อมา จาดอน ซานโช่ ในวัย 11 ปี เขาก็ก้าวขึ้นมารเป็นตัวหลักของทีมอคาเดมี่ได้จนสามารถนำทีมคว้าแชมป์ ยู-11 ในการแข่งขันท้องถิ่นที่กรุงลอนดอนได้สำเร็จ ทำให้ในเวลานั้นเขากลายเป็นเด็กหนุ่มที่สุดเนื้อหอมเป็นอย่างมาก เพราะ 2 ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง สโมสรสิงห์สำอางและ ไอ้ปืนใหญ่ นั้นต่างพากันยื่นข้อเสนอเพื่อต้องการตัวดาวรุ่งคนนี้ไปร่วมทีม แต่ในเวลานั้นทางด้าน ซานโช่ ได้ตอบปฏิเสธทั้ง 2 ทีมดังไป ด้วยเหตุผลที่ว่า วัตฟอร์ด เป็นทีมเล็กๆ ซึ่งนั่นน่าจะทำให้เขาสามารถก้าวขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งเดือน มีนาคม ปี 2015 ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี ทางทัพเรือใบสีฟ้ายื่นข้อเสนอเพื่อแสดงให้เห็นว่าทางสโมสร  Manchester City  ต้องการตัวเขาเข้าไปร่วมทีม

สโมสร  Manchester City 
sancho-city
จาดอน ซานโช่ ย้ายมาเล่นให้กับอคาเดมี่ของสโมสร เรือใบสีฟ้า เพราะคำแนะนำของผู้จัดการส่วนตัว

ในเดือน มีนาคม 2015 ทางสโมสร เรือใบสีฟ้า ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อขอซื้อตัว จาดอน ซานโช่ ด้วยจำนวนเงิน 66,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.9 ล้านบาท) พร้อมมอบออฟชั่นเสริมให้กับตัว ซานโช่ ว่า หากเขาลงเล่นในทีมชุดใหญ่ได้ครบ 10 เกม ค่าเหนื่อยของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 ปอนด์ ทันที ทำให้เจ้าหนูคนนี้ไม่รอช้ารีบนามเซ็นสัญญากับทางทัพเรือใบสีฟ้าในทันที พร้อมรับสัญญาในการเล่นอยู่ในสโมสรแห่งนี้ 4 ปีเต็ม
เจ้าหนูซานโช่ เริ่มฉายแววออกมาในถิ่นอคาเดมี่ของสโมสร  Manchester City  เขากลายเป็นตัวหลักภายในทีมอคาเดมี่ของทางสโมสร และยังได้รับเกียรตินิยมในการฝึกฝนทักษะของทางอคาเดมี่ได้ และนอกจากนี้เขายังเป็นหนึ่งในแข้งดาวรุ่งที่ทางประธานสโมสรอย่าง คาลดูน อัล มูบารัค ให้ความสนใจและพูดออกมาอย่างชัดเจน “เขาเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์และจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของสโมสรได้ในอนาคต”
แต่ยังไงก็ตาม ซานโช่ ก็ยังไม่สามารถที่จะขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสรได้ เนื่องจากทางด้านของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีแผนการทำทีมในรูปแบบของตัวเอง และยังคงมองเห็นว่า จาดอน ซานโช่ ยังมีอายุที่น้อยอยู่ จึงอยากที่จะให้เก็บประสบการณ์อยู่ในทีมชุดสำรองของสโมสรต่อไปก่อนอีกสักระยะ
เส้นทางของเด็กหนุ่มในวัน 17 ปี ที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก ซึ่งในขณะนั้นถือได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวตัวในช่วงชีวิตการค้าแข้ง ในถิ่น แมนฯซิตี้ ซึ่งหลังจากที่เขาได้ทราบว่าตัวเองไม่มีชื่อติดทีมไปทัวร์กับทางสโมสรในช่วงปรีซีซั่น ปี 2017 เพราะเนื่องจาก ซานโช่ ยังคงมีปัญหาในเรื่องของการเจรจากับสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งทำให้ตัวเขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจและต้องการย้ายออกจากสโมสรในทันที

สโมสร โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์
sancho-dortmund
ซานโช่ตัดสินใจย้ายมามาค้าแข้งในลีกเยอรมันเพื่อหาโอกาสในการลงสนาม

หลังจากที่ จาดอน ซานโช่ ได้ปฏิเสธเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทางสโมสร  Manchester City  ไปแล้ว ทำให้มีมากมายสโมสรได้แสดงตัวถึงความต้องการที่อยากจะได้เขาไปร่วมทีม แต่ท้ายที่สุดแล้วนั้น ในวันที่ 31 สิงหาคม 2017 Sancho ได้ออกเดินทางไปยันประเทศเยอรมัน เพื่อตอบรับข้อเสนอและเซ็นสัญญากับทางสโมสร โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ พร้อมรับค่าตัวเป็นจำนวนเงิน 8 ล้านปอนด์ (351 ล้านบาท)
การย้ายสโมสรของ ซานโช่ในครั้งนี้ทำให้เขาได้มีชื่อติดทีมชุดใหญ่กับทาง ทัพเสือเหลือง ได้เลยทันที และยังได้รับเกียรติจากประธานสโมสรให้สวมใส่เสื้อหมายเลข 7 แทนที่ของ อุสมาน เดมเบเล่ ที่ย้ายไปค้างแข้งกับสโมสร บาร์ซ่า
จาดอน ซานโช่ ได้ลงประเดิมสนามเป็นครั้งแรกให้กับ ดอร์ทมุนด์ ในเกมที่พบกับ สโมสร ไอทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต จากการถูกเปลี่ยนตัวลงไปในช่วง 6 นาทีสุดท้าย ซึ่งนั่นทำให้เขาได้กลายเป็นนักฟุตบอล England คนแรกที่ได้ลงสนามในสีเสื้อของ โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์
ต่อมาเขาได้ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงเกมแรกในช่วงระยะเดือน มกราคม 2018 ในเกมที่พบกับสโมสร โวล์ฟสบวร์ก และยังสามารถทำประตูแรกให้กับทาง ดอร์ทมุนด์ พร้อมทั้งยังแอสซิสต์ได้อีก 2 ครั้ง ในเกมที่เอาชนะ สโมสร เลเวอร์คูเซ่น ไปได้ 4-0 อีกด้วย

ทีมชาติ England 
sancho-england
ซานโช่ สามารถนำทีมชาติ England  ยู-17 คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ

ในนามทีมชาติของ จานดอน ซานโช่ เขาไล่ติดทีมชาติ England มาตั้งแต่ชุด ยู-16 ยู-17 และ ยู-19 โดยเมื่อปี 2017 เขาสามารถนำทีมชาติ England  รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ในการแข่งขันศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ซึ่งจากการแข่งขันในรายการนั้น ซานโช่ ได้รับรางวัล ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าวได้อีกด้วย
จนกระทั่งเดินทางมาถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก ยู-17 ได้เกิดเหตุการณ์เรื่องดราม่าเล็กๆ ขึ้นในแคมป์ทีมชาติเมืองผู้ดี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาจาก ซานโช่ ต้องการที่จะมีชื่อติดทีมชาติไปลุยศึกฟุตบอลโลก แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวตัวเขาเพิ่งย้ายไปร่วมทีม โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ จึงได้เกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อย เพราะเขาต้องการที่จะมีชื่อติดทีมชาติเพียงแค่รอบแบ่งกลุ่มเพียงเท่านั้น แต่ความต้องการดังกล่าวของเขากลับไม่เป็นผลแต่อย่างใด จนในที่สุดทีมชาติ England  รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ทะลุผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ โดย ซานโช่ สามารถทำไปได้ถึง 2 ประตู ในเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ที่พบกับทีมชาติชิลี
ซานโช่ ถอนตัวออกจากทีมชาติ ด้วยการยื่นความจำนงจากทางสโมสร ดอร์ทมุนด์ ทีมของเขา จนสุดท้ายแล้ว ทีมชาติเมืองผู้ดี ยู-17 ก็สามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ โดยที่ จาดอน ซานโช่ มีส่วนร่วมกับทีมเพียงแค่รอบแรกเท่านั้น แต่ยังไงก็ตาม เขาก็ได้รับเหรียญรางวัลในฐานะที่เป็นหนึ่งในกำลังพล ทีมชาติเมืองผู้ดี ยู-17 ชุดแชมป์โลก

เกียรติประวัติส่วนตัว
sancho-trophy
ทีมชาติ England 
– FIFA U-17 World Cup : 2017
– UEFA European Under-17 Championship runner-up : 2017
สโมสร โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์
– DFL-Supercup : 2019

รางวัลส่วนตัว
– UEFA European Under-17 Championship Golden Player : 2017
– UEFA European Under-17 Championship Team of the Tournament : 2017
– Bundesliga Player of the Month: October : 2018
– Bundesliga Goal of the Month: February : 2019
– Bundesliga Team of the Season : 2018–2019
– VDV Team of the Season : 2018–2019
– Goal.com NxGn : 2019

 

“เด็กๆ พวกนี้ตามจาดอนไปทั่วเลย เขาเป็นเหมือนหัวหน้าแกงค์ หรืออะไรทำนองนั้น” นอร์แมน ดอว์กินส์ ชายผู้ค้นพบแข้งมากพรสวรรค์รายนี้เป็นคนแรกในสนามคอนกรีตแถบลอนดอนใต้กล่าว “จะมีพวกเด็กๆ จำนวนหนึ่งตามเขาไปทั่ว เมื่อเขาออกไปวิ่งจ็อกกิ้ง พวกเด็กๆ ก็จะวิ่งตามเขาไป!”

อย่างที่เห็นกัน จาดอน ซานโช เป็นคนที่โดดเด่นเสมอ ในวัย 18 ปี เขากลายเป็นนักเตะที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอล กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับสโมสรชั้นนำของยุโรปอย่างโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กลายเป็นนักเตะที่เกิดในยุคมิลเลนเนียมคนแรกที่เล่นให้ทีมชาติอังกฤษ และมีโอกาสที่จะเป็นผู้เล่นชาวอังกฤษคนแรกที่มีค่าตัวถึง 100 ล้านปอนด์

“ผมอยากจะเป็นนักเตะอาชีพมาตลอด ทำให้คนมาดูผมแล้วร้อง ว้าว! เหมือนอย่างที่ผมเคยดูโรนัลดินโญแล้วร้อง ว้าว! ผมอยากจะเป็นเหมือนเขาในสักวันหนึ่ง” ซานโชเล่าเรื่องของตัวเองให้ Goal ฟัง

“ผมพูดแทนทุกๆ คนไม่ได้หรอก ผมพูดถึงได้แต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น เรื่องของผมก็คือ ผมก็แค่อยากเล่นฟุตบอล”

เจ้าของรางวัล NxGn 2019 ของ Goal ซึ่งจัดอันดับ 50 สุดยอดดาวรุ่งของโลกที่เกิดในยุคมิลเลนเนียม – รู้ดีว่าเขายังมีเส้นทางลูกหนังอีกยาวไกล แต่เป้าหมายที่อยากให้คนดูร้อง ว้าว! เขาทำได้มาหลายครั้งแล้วจนถึงเวลานี้

และเขาจะทำแบบนั้นไปได้อีกหลายปีทีเดียว

เขามักจะทำให้คนเป็นบ้ากัน คุณจะได้ยินพวกเด็กๆ ร้อง ว้าว! นายทำแบบนั้นไปได้ยังไง? อยู่เสมอๆ” นอร์แมน ชายผู้ทำงานอยู่แถวๆ บ้านของซานโชในวัยเด็ก เล่าให้ฟัง

“เขาทำแบบนั้นมาตลอด ตั้งแต่เขายังเด็กๆ เขาทำแบบนั้นกับพวกเด็กโตด้วย ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น ถ้าเขาโดนปะทะ เขาก็แค่ลุกขึ้นยืนและเล่นต่อไป เขาเล่นกับพวกผู้ใหญ่ เขาฝีเท้าดีขนาดนั้นเลยละ ใครๆ ก็อยากอยู่ทีมเดียวกับเขา”

Categories
นักฟุตบอล

ประวัติ ติอาโก้ อัลกันตาร่า

ชื่อ : ติอาโก้ อัลกันทาร่า 
 
เชื้อชาติ : สเปน
 
วันเกิด : 11 เมษายน 1991
 
อายุ : 22 ปี    ufa1688 
 
สถานที่เกิด : ซาน ปีโตร เวอร์โนติโก้, อิตาลี 
 
ส่วนสูง : 172 เซนติเมตร 
 
ต้นสังกัด : บาเยิร์นมิวนิค 
 
ตำแหน่ง : กองกลางตัวรับ/รุก

      ติอาโก้ อัลกันทาร่า กองกลางดาวรุ่งเลือดสเปน เกิดที่เมืองซาน ปีโตร เวอร์โนติโก้ ประเทศอิตาลี โดยบิดาของเขาเคยเป็นอดีตนักเตะทีมชาติบราซิลนามมาซินโญ่ ซึ่งดาวเตะร่างเล็กเริ่มการเป็นนักเตะเยวชนกับสโมสร ฟลาเมงโก้ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ก่อนจะย้ายครอบครัวตามบิดา มายังประเทศเสปน พร้อมกับเซ็นสัญญาเยวชนกับทีมอูเรก้า ในปี 1996
     หลังจากขัดเกลาความสามารถกับอูเรก้า ร่วม 4 ปี ติอาโก้ ก็โยกมาอยู่กับทีมเก่าในวัยเยาว์อย่าง ฟลาเมงโก้ อีกที เมื่ออายุได้ 10 ขวบ อย่างไรก็ตาม ด้วยพรสววรค์ด้านฝีเท้าอันล้นเหลือ ส่งให้ฟอร์มของเจ้าตัวไปเตะตาแมวมองบาร์เซโลน่า ก่อนจะถูกโคตรทีมแห่งลา ลีก้า ดึงมิดฟิลด์อนาคตไกลเข้าสังกัดในปี 2005 
 จากนั้น ติอาโก้ เปลี่ยนเป็น 1 ในผลผลิตจากโรงเรียนลูกหนังที่ดีที่สุดในปัจจุบันอย่าง ลา มาร์เซีย ก่อนจะมีโอกาสลงสนามให้ทีมชดใหญ่เป็นเกมแรก ตอนวันที่ 17 พฤศภาคม 2009 โดยชายหนุ่มวัย 18 ถูกส่งลงไปแทนเอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น ในนาทีที่ 63 ระหว่างเกมที่พบกับมายอร์ก้า จากนั้น มิดฟิลด์ร่างเล็ก ก็ได้โอกาสมากขึ้นๆ โดยโชว์ผลงานได้โดดเด่นทั้งในเรื่องการจ่ายบอลอันแม่นยำ และมีทีเด็ดคือลูกยิงไกลที่คมกริบ หวังผลได้ 
 
     บาร์เซโลน่า ไม่รอช้า จบกองกลางพรสววรค์ เซ็นสัญญายาว 5 ปี โดยมีค่าฉีกสัญญาสูงลิบถึง 90 ล้านยูโร (ประมาณ 3600 ล้านบาท) แฟนบอลทั้งหลายต่างคาดหวังว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเพื่อให้ทดแทน ชาบี เอร์นานเดซ กองกลางรุ่นพี่ทีมชาติสเปน 
อย่างไรก็ตาม การที่ "เจ้าบุญทุ่ม" อุดมไปด้วยมิดฟิลด์ระดับโลก บวกกับไปซื้อเชส ฟาเบรกาส จากอาร์เซน่อล ให้กลับมาช่วยทีม ส่งผลให้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงของ อัลกันทาร่า ไม่มากอย่างที่ควร ถึงแม้เจ้าตัวจะโชว์ฟอร์มได้อย่างดียิ่งในศึกยู-21 ชิงแชมป์ยูโร ด้วยการกดแฮตทริก ในนัดชิงชนะเลิศซึ่งถล่มอิตาลี 4-0 

 
     ทว่า "บาร์ซ่า" ก็ยังไม่การันตีตำแหน่งตัวจริง ทำให้ห้องเครื่องวัย 22 ตัดสินใจย้ายมาหาความท้าทายในศึกบุนเดสลีก้า โดยมีปลายทางอยู่ที่บาเยิร์น มิวนิค พร้อมกับได้ร่วมงานกับกุนซือคนเก่าอย่าง เป๊ป กัวร์ดิโอล่า ซึ่งเคยปลุกปั้นติอาโก้ มากับมือ ซึ่งการซื้อขายตกลงกันได้ที่ราคา 25 ล้านยูโร (ราว 1125 ล้านบาท) พร้อมกับออปชั่นอุ่นเครื่องกันระหว่าง บาเยิร์น กับ บาร์เซโลน่า ภายในระยะเวลา 4 ปี
ช่วงแรก
เตียโกเกิดที่ซานปีเอโตรเวร์โนตีโกในอิตาลี ซึ่งในตอนนั้น มาซิญโญ บิดาของเขา (ผู้เล่นทีมชาติบราซิลตั้งแต่ ค.ศ. 1989 ถึง 1994) เล่นให้กับเลชเช เขาเริ่มเล่นบอลเยาวชนให้กับฟลาเม็งกูในบราซิล ต่อมาเมื่ออายุได้ห้าขวบ เขาได้ย้ายไปสเปนพร้อมกับบิดา และเริ่มเล่นให้กับยูเรชา ทีมในแคว้นกาลิเซีย ใน ค.ศ. 2001 เขาเล่นให้กับเคลเม ในขณะที่บิดาเล่นให้กับเอลเช[3][4] เขาย้ายกลับฟลาเม็งกูเมื่อตอน 10 ขวบ และใน ค.ศ. 2005 ได้ย้ายกลับสเปนอีกรอบพร้อมเซ็นสัญญากับบาร์เซโลนา ซึ่งลูกพี่ลูกน้องของเขา มารีเอลู ดอส ซังตูส ก็เล่นให้กับสโมสรนี้[5]

บาร์เซโลนา
วันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2009 เตียโกในวัย 18 ปี ลงเล่นนัดแรกให้กับทีมชุดแรกในฐานะผู้เล่นสำรองแทนเอย์ดืร์ กวึดยอนแซนในนาทีที่ 74 ในนัดที่แพ้ 1–2 มายอร์กา ซึ่งบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ลีกไปเรียบร้อยแล้ว[6] นัดนั้นเป็นการลงเล่นเพียงนัดเดียวของเขาในฤดูนั้น[7]

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010 เขาลงเล่นเป็นผู้เล่นสำรองแทนยาย่า ตูเรในนาทีที่ 76 และทำประตูแรกในนามสโมสรช่วยให้เปิดบ้านเอาชนะราซินเดซันตันเดร์ 4–0[8] ต่อมาเขาทำประตูที่สามในนัดที่พบกับเรอัลโซซิเอดัดช่วงวันที่ 29 เมษายน นัดนั้นเขาลงเล่นเป็นตัวจริงและบาร์เซโลนาแพ้ไป 2–1[9] เขาจบฤดู 2010–11 ด้วยการลงเล่น 17 นัด ทำ 3 ประตูและ 3 แอสซิสต์ เขามีชื่อเป็นผู้เล่นสำรองในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2011 ที่พบกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่สนามกีฬาเวมบลีย์[10]

เตียโกเริ่มฤดู 2011–12 ด้วยการลงเล่นในซูเปร์โกปาเดเอสปัญญา เลกแรก ที่พบกับเรอัลมาดริด เขาถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 58 และชาบีลงแล่นแทน เขามีชื่อเป็นสำรองในยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2011 ที่บาร์เซโลนาเอาชนะโปร์ตู เขาทำประตูในนัดเปิดสนามลาลิกาของบาร์เซโลนาที่เปิดบ้านเอาชนะบิยาร์เรอัล 5–0[11] ต่อมาในวันที่ 18 ธันวาคม เขาลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศบอลชิงแชมป์สโมสรโลกที่บาร์เซโลนาเอาชนะซังตุสที่สนามกีฬานานาชาติโยโกฮามะ 4–0[12] เตียโกทำประตูที่ห้าของบาร์เซโลนาในนัดที่เอาชนะราโยบาเยกาโน 7–0 ตอนวันที่ 29 เมษายน[13]

ไบเอิร์นมิวนิก
[icon]    
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้
หงส์แดง
ในวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 2020 เตียโกย้ายมาร่วมทีมหงส์แดง ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญา 4 ปี[14] โดยเตียโกได้ใส่เสื้อหมายเลข 6 ต่อมา ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2020 เตียโกลงเล่นให้กับ หงส์แดง เป็นนัดแรก โดยถูกส่งลงมาเป็นผู้เล่นสำรอง ในนัดที่ หงส์แดง เอาชนะ เชลซี ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ 2-0[16] ผลงานของเตียโกในนัดนี้สถิติโดยรวมก็คือผ่านบอลสำเร็จ 75 ครั้งในเวลาแค่ 45 นาทีมากกว่านักเตะทุกคนของเชลซี ที่ลงเล่นตลอดทั้งเกม และนับตั้งแต่มีการเก็บสติติการผ่านบอลในปี 2003 เป็นต้นมา เตียโกเป็นผู้เล่นที่สามารถผ่านบอลสำเร็จได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก สำหรับผู้เล่นที่อยู่ในสนามไม่เกิน 45 นาที
เก่งจริงไม่ต้องสืบ 
หากจะอธิบายถึงความเก่งของ ติอาโก้ อัลคันทาร่า หรือตั้งคำถามว่าเขาเป็นนักเตะเก่งที่ไหม ? มันคงเป็นความประพฤติที่เสียเวลาเปล่า เพราะแค่เปิดทำเนียบแชมป์และเกียรติประวัติของเขาดูก็จะพบว่าดาวเตะชาวสเปนรายนี้กวาดมาแทบทุกแชมป์ที่ลงแข่งขัน … ดังนั้นสิ่งที่เราควรจะหาคำตอบคือ เขาเก่งยังไง และเก่งขนาดไหนต่างหาก  ดาวเตะชาวสเปนเป็นลูกชายของ มาซินโญ่ ผู้เล่นทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลกปี 1994 ก่อนการย้ายมาอยู่สเปนตั้งแต่ยังเด็ก (ตามป๊ะป๋าซึ่งเล่นให้ บาเลนเซีย, เซลต้า บีโก้ และ เอลเช่ หลังจบบอลโลกคราวนั้น) จะทำให้เขาได้สัญชาติเป็นชาวสแปนิช รวมทั้งฝึกบอลที่ ลา มาเซีย อคาเดมีบอลที่ว่ากันว่า "ดีที่สุดในโลก" ของสโมสร บาร์เซโลน่า 

จากจุดเริ่มนี้เราจะเห็นได้ว่า ติอาโก้ นั้นมีต้นทุนสูงตั้งแต่ทีแรก มีพ่อเป็นนักเตะระดับโลกให้เรียนรู้ ไปสู่อคาเดมีที่มีคุณภาพตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเป็นนักเตะที่ดีมากกว่าเด็กรุ่น ๆ เดียวกันหลายเท่านัก เขาแจ้งเกิดกับ บาร์ซ่า ตั้งแต่อายุ 18 ปี แต่โชคร้ายหน่อยที่ ณ เวลานั้น ชาบี เอร์นันเดซ และ อันเดรียส อิเนียสต้า เก่งเกินไปสำหรับเขาและมนุษย์ทุกคนบนโลกในฐานะมิดฟิลด์ ดังนั้น ติอาโก้ จึงต้องย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า เพื่อให้ไปเล่นให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ตาม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตเจ้านายของเขาไปในปี 2013 

การออกจาก บาร์เซโลน่า ตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้ ติอาโก้ บอกเสมอว่าบางครั้งมันก็เป็นเรื่องดี สไตล์การเล่นของเขาถูกเปิดกว้างมากขึ้นเมื่อออกเดินทางสู่โลกกว้าง สิ่งที่ได้จาก บาร์ซ่า คือพื้นฐาน ส่วนหลังจากนั้นเป็นการหยิบเอาประสบการณ์ต่าง ๆ มาประกอบกันจนเปลี่ยนเป็นสไตล์การเล่นของตน

"สไตล์ของผมไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผมเป็นนักเตะของ บาร์ซ่า เพียงอย่างเดียว ผมมีแนวคิดแบบบราซิเลี่ยนจากพ่อด้วย จริงอยู่ที่บาร์ซ่าให้ปรัชญาและทำให้ผมเข้าใจเกมในแบบของพวกเขา แต่ส่วนที่เหลือผมเก็บผสมเอาจากสิ่งที่ได้รับระหว่างการเดินทาง" ติอาโก้ กล่าว  และถ้าถามว่าสไตล์ของเขาเป็นแบบไหน ? ก็มีบทความหนึ่งของเว็บ Independent ที่อธิบายถึงตำแหน่งการเล่นและสไตล์ของ ติอาโก้ ที่แท้จริงว่า "ศิลปินผู้มองเห็นในสิ่งที่นักเตะคนอื่นไม่สามารถเห็นได้" นั่นคือพาดหัวในบทความหนึ่งของเว็บข่าวชื่อดังระดับโลก 

คำจำกัดความนี้ชัดมากพอที่จะอธิบายว่าติอาโก้เก่งแบบไหน ? กล่าวคือเขาเป็นมิดฟิลด์ที่มีเซนส์ในการเล่นสูง ทุกการสัมผัสบอลของเขามีความหมาย ทุกวินาทีที่อยู่ในสนามหัวสมองเขาจะคิดตลอดเวลา สิ่งที่เขาคิดมันเกี่ยวกับเรื่องการอ่านใจคู่แข่ง และที่สำคัญที่สุดคืออ่านใจเพื่อให้นร่วมทีมของเขาด้วย … นั่นคือเหตุผลที่ทำไมบางครั้งเขาสามารถวางบอลไกล 50-60 เมตรโดยที่ไม่ต้องเงยหน้ามองเพื่อให้นด้วยซ้ำ

Categories
ประวัตินักฟุตบอล

ปีเตอร์ รีด

ufa1688  ปีเตอร์ รีด (อังกฤษ: Peter Reid) ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวอังกฤษ และเคยเป็นนักเตะทีมชาติ สมัยเป็นนักเตะเคยเล่นให้สโมสรโบลตัน วันเดอเรอร์ส,เอฟเวอร์ตัน,ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส,แมนเชสเตอร์ซิตี เซาธ์แฮมป์ตัน,น็อตต์ส เคาน์ตี้และสโมสรบิวรี่ หลังจากแขวนสตั๊ดเคยทำหน้าที่ผู้จัดการทีมให้ทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ซันเดอร์แลนด์ ลีดส์ ยูไนเต็ด และโคเวนทรี อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมพลิมัธ อาร์กายล์ ในลีกวัน ประเทศอังกฤษ

ประวัติ
ปีเตอร์ รีด เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1956 ที่แขวงฮายตัน เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ขึ้นทะเบียนเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสรโบลตัน วันเดอเรอร์สในปี 1974 โดยได้รับเหรียญรางวัลครั้งแรกเมื่อสโมสรโบลตันคว้าแชมป์ ดิวิชั่น2ในปี 1978 และได้เลื่อนชั้นแต่ปีเตอร์ รีดได้เล่นในลีกสูงสุดกับสโมสรแค่ 2 ฤดูกาล ก่อนที่โบลตันจะตกชั้นในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปร่วมทีมเอฟเวอร์ตันในปี 1982 ภายใต้การคุมทีมของโฮเวิร์ด เคนดัลล์ ด้วยค่าตัว 6 แสนปอนด์และประสบความสำเร็จกับสโมสรใหม่อย่างมากเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดที่ได้แชมป์เอฟเอคัพและแชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์สคัพในปี 1985 ก่อนจะพาสโมสรได้แชมป์ลีกสูงสุดในปี 1987

ในช่วงที่ประสบความสำเร็จนั้น รีดได้ชื่อว่าเป็นมิดฟิลด์ที่มากความสามารถและได้รับการยอมรับในยุโรป โดยได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของพีเอฟเอในปี 1985 และทำสถิติลงสนามให้เอฟเวอร์ตันถึง 159 นัด ซึ่งภายหลังในปี 2003 รีด ได้รับการโหวตจากแฟนของสโมสรให้ติดอยู่ในทีม Greatest Everton XI และ รางวัล Everton Giants ในปี 2006 อีกด้วย

ในทีมชาติอังกฤษ ปีเตอร์ รีดลงสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ทั้งสิ้น 13นัด เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษชุดฟุตบอลโลก ปี 1986 ที่เม็กซิโกและเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่อยู่ในเกมส์ที่อังกฤษแพ้อาร์เจนติน่าจากลูกยิงของดีเอโก้ มาราโดน่า

หลังจากออกจากสโมสรเอฟเวอร์ตันเขาได้ย้ายไปสู่สโมสรควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์สและเล่นอยู่หนึ่งฤดูกาลก็ย้ายไปเล่นให้แมนเชสเตอร์ซิตีภายใต้การคุมทีมของโฮเวิร์ด เคนดัลล์ เจ้านายเก่าสมัยเล่นให้เอฟเวอร์ตัน

ปีเตอร์ รีด เป็นเอเยนต์นักฟุตบอลที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องโดยทำงานร่วมกับฌอน รีดน้องชายของเขา และเคยเป็นผู้วิเคราะห์เกมส์ทางโทรทัศน์กับบีบีซีในช่วงฟุตบอลโลก 2006 ร่วมกับลี ดิ๊กซั่นอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ นอกจากนี้ยังเคยทำงานกับสกาย สปอร์ตในปี 2007

ผลงาน
สมัยเป็นผู้เล่น
โบลตัน วันดอร์เรอร์ส

ดิวิชั่น 2(เดิม) แชมป์: ฤดูกาล 1977-1978
เอฟเวอร์ตัน

เอฟเอ คัพ แชมป์: ปี 1984
ดิวิชั่น 1(เดิม) ปัจจุบันคือ พรีเมียร์ลีก แชมป์: ฤดูกาล 1984-1985, 1986-1987
เอฟเอ คัพ รองแชมป์: ปี 1985
ยูฟ่า คัพ วินเนอร์สคัพ แชมป์: 1985
นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ปี 1985
สมัยเป็นผู้จัดการ
ซันเดอร์แลนด์

ดิวิชั่น 1 (ปัจจุบันคือ ลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ) แชมป์: ฤดูกาล 1995-1996, 1998-1999
ทีมชาติไทย

ซูซูกิ คัพ รองแชมป์:2008
สโมสรที่เคยเล่น
ค.ศ. 1974 – ค.ศ. 1982 โบลตัน
ค.ศ. 1982 – ค.ศ. 1989 เอฟเวอร์ตัน
ค.ศ. 1989 – ค.ศ. 1990 ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส
ค.ศ. 1990 – ค.ศ. 1993 แมนฯ ซิตี้
ค.ศ. 1993 – ค.ศ. 1994 เซาแธมป์ตัน
ค.ศ. 1994 น็อตต์ส เคาน์ตี้
ค.ศ. 1994 – ค.ศ. 1995 บิวรี่
ประวัติการคุมทีม
ค.ศ. 1990 – ค.ศ. 1993 แมนเชสเตอร์ซิตี
ค.ศ. 1995 ทีมชาติอังกฤษ ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี
ค.ศ. 1995 – ค.ศ. 2002 ซันเดอร์แลนด์
ค.ศ. 2003 ลีดส์ ยูไนเต็ด
ค.ศ. 2004 – ค.ศ. 2005 โคเวนทรี
ค.ศ. 2008 – ค.ศ. 2009 ทีมชาติไทย